Home ข้อคิด ควรหวังดีของคุณทำให้ถูกที่ ถูกเวลา ถูกเรื่อง ถูกคน และไม่ควรมากเกินไปด้วย ถึงจะเกิดผล

ควรหวังดีของคุณทำให้ถูกที่ ถูกเวลา ถูกเรื่อง ถูกคน และไม่ควรมากเกินไปด้วย ถึงจะเกิดผล

1. หวังดีแต่ผลร้าย

ต้องบอกก่อนว่า กรณีนี้ไม่ได้พูดถึงการ “หวังดีประสงค์ร้าย”

(ทำเป็นหวังดี ทั้งที่ในใจคิดร้ายกับเรา) แต่เป็นการทำด้วยความหวังดีจริงๆ

แต่ผลกลับออกมาไม่ดี ตัวอย่างของความหวังดีแบบนี้ เช่น สามีต้องเอาเอกสารสำคัญไปทำงานพรุ่งนี้

แต่ด้วยความกลัวลืม จึงเอากระเป๋าใส่เอกสารไปแขวนไว้หน้าประตู (จะได้ไม่ลืม) ภรรยาเดินผ่านมาเห็น

นึกว่าสามีลืมเก็บ กลัวว่าจะหาย จึงเอาไปเก็บในห้องให้ เธอทำด้วยความหวังดีจริงๆ

แต่ผลคือสามีลืมเอาไป แน่นอนว่าความหวังดีที่ผลร้ายแบบนี้ มัก ทำ ให้อีกฝ่ายโกรธหรือไม่พอใจ

หากมาวิเคราะห์ความหวังดีประเภทนี้ จะพบว่าปัญหาที่เกิดขึ้นมัก ประกอบด้วย 2 องค์ประกอบ

คือ คิดไม่รอบคอบ และขาดการสื่อสารที่ดี แนวทางแก้ไขก็ง่าย ๆ

คือพูดคุยกันให้มากขึ้น อะไรที่ไม่แน่ใจ ก็ต้องบอก ต้องถามกันก่อนเสมอ เท่านี้ก็ไม่เกิดปัญหาแล้ว

2. หวังดีแต่น่ารำคาญ

กรณีนี้อาจจะไม่ได้มีผลร้ายอะไรตามมา แต่ความไม่พอใจมักเกิดจากความหวังดี ที่เยอะหรือมากเกินไป

ตัวอย่างที่เห็นได้บ่อย คื อ การถา มหรือบ่นอะไรซ้ำ  ๆ เ ช่น แม่เป็นห่วงลูกสาวมาก เลยหวังดีโทรถามทุกเย็น

ว่าเลิกเรียนแล้วกลับบ้านหรือยัง ซึ่งอาจทำให้ลูกสาวหงุดหงิดและรำคาญได้

หรือฝ่ายหญิงพูดเตือนแฟนทุกครั้งที่เล่นเกมส์ เพราะหวังดี กลัวเสียสายตา

จนทำให้อีกฝ่ายรู้สึกเบื่อและอึดอัด จะเห็นว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ผลลัพธ์

แต่สิ่งที่แต่สร้างปัญหาคือความหวังดีที่ “มากเกินไป”

ซึ่งส่วนใหญ่มักเกิดจากความกังวลของคนที่หวังดีนี่แหละ ดังนั้น การแก้คือต้องรู้ตัว

แล้วลด “ความเยอะ” ลงบ้าง จากนั้นก็หาทางจัดการ กับความกังวลของตัวเองให้ได้

3. หวังดีแต่ผิดเวลา

กรณีนี้ สิ่งที่กระทำลงไปไม่ใช่ปัญหา แต่ปัญหาคือดันผิดเวลา ผิดกาลเทศะ จึงทำให้อีกฝ่ายรู้สึกไม่ดี

เช่น รู้มาว่าเพื่อนเพิ่งหย่ากับสามี พอเจอหน้าเพื่อนเลยรีบถามด้วยความเป็นห่วงว่า “แกเป็นไงมั่ง เห็นว่าเพิ่งหย่าเหรอ”

ต่อหน้าเพื่อนอีกเป็นสิบคน ซึ่งความจริง เพื่อนก็อยาก ระ บา ย และปรึกษาอยู่ แต่ไม่ใช่ต่อหน้าคนเยอะขนาดนี้

แนวทางแก้ไข ควรมองรอบๆ ก่อนสักนิดว่าจังหวะและเวลา มันเหมาะสมหรือไม่ ก่อนที่จะแสดงความหวังดีออกไป

4. หวังดีแต่เป็นคนที่ไม่ใช่

พูดง่ายๆ เลยคือ “คนไม่ใช่ทำอะไรก็ผิด” แม้ผลจะดียังไง อีกฝ่ายก็ไม่ชอบอยู่ดี

บางครั้งอาจเกิดจากระดับความสัมพันธ์ ที่ไม่ได้สนิทสนมมากเพียงพอ

ก่อนแสดงความหวังดี ควรพิจารณาว่า ความสัมพันธ์ของเรากับอีกฝ่ายเป็นอย่างไร

อีกฝ่ายต้องการความหวังดีของเราหรือไม่ หากทำไปแล้ว อีกฝ่ายไม่สนใจ ก็ควรหยุดแค่นั้น

แต่ถ้าฝืนทำต่อไป (ซึ่งมักเกิดขึ้นกรณีตามจีบ) ก็ต้องทำใจยอมรับว่า เขาอาจจะไม่โอเคด้วย

 

ขอบคุณG a n g b e a u t y

Load More Related Articles
Load More By admin
Load More In ข้อคิด

Check Also

อานิสงส์ของการดูแลพ่อแม่ 12 ประการ ที่ลูกจะได้รับ

ผลบุญ 12 ข้อ ที่ลูกรู้คุณพ่อแม่จะได้รับ พ่อแม่ที่เลี้ยง … …