Menu Close

12 สัญญาณ อีกไม่นานก็ต้องเลิกกัน เราไม่ได้เกิดมาคู่กัน

เราเลิกกันเถอะ” คู่รักบางคู่ อาจเอ่ย คำนี้ออกมานับร้อยครั้ง แต่ครั้งไหนบ้าง

ที่เธอหมาย ความตามที่พูดจริงๆ จากครั้งแรกที่อาจไม่คิดอะไร เมื่อต้องเจอ กับเรื่องทะเลาะ

ตะโกนด่าทอ ไม่เข้าใจกัน ทัศนคติเข้ากันไม่ได้ ซ้ำซาก ก็เริ่มเกิดรอยร้าว

สัญญาณต่าง ๆ ในชีวิตคู่ทำให้เห็นชัดเจน ว่าเธอและเขาไปกันไม่รอด และต้องถึงวัน ‘เลิกรา’ อย่าง

แน่นอน เออท้านักเลิกจริง ๆ เลย แล้วกันมีเหตุผลมากมาย ที่คนสองคนจะเลิกกัน

แต่ไม่ใช่ ทุกคนที่เห็น ‘ญาณล่วงหน้า’ ว่าไปกัน ไม่รอดชัวร์ ๆ รู้ตัวอีกที ก็เลิกกันแล้ว

ถ้าเธอแน่ใจว่า ชิวิตคู่เริ่มง่อน แง่นบทความนี้ อาจเป็นตัวช่วยที่ดี

เช็คว่าคู่ของเธอ มีอาการ 1 ใน 12 ข้อนี้ หรือไม่ (หรือครบทุกข้อ) เพื่อหาหนทางแก้ไข

ประคับประคองให้จับมือกันต่อไปได้ค่ะ ถ้าเตรียมตัวเตรียมใจ พร้อมแล้วก็เลื่อน ลงมาอ่านเลย

1. คิดถึงแต่ด้านลบ ของแฟนเวลา ที่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน

แทนที่จะคิดถึง อยากให้เขามาอยู่ด้วยตอนที่ห่างกัน เธอกลับคิดถึงมุมแย่ ๆ แง่ร้าย แง่ลบ

สิ่งน่ารำคาญ ทุกเรื่องที่แฟน หนุ่มทำ ถ้าเวลาเดียวที่ เธอเลิกคิดเรื่องแย่ ๆ คือตอนเขาเอาใจ

เธอแปลว่า เธอเห็นค่าของแฟน แค่ตอนที่เขาทำดี กับเธอแค่นั้น เองมีคำหนึ่ง

กล่าวว่า ‘ถ้าเธออยากรู้ ว่าหัวใจตัวเอง อยู่ที่ไหนคนแรก ที่เธอนึกถึงก็คนนั้นแหละ’

และถ้าในห้วงคำนึงนั้น ไม่มีแฟนหนุ่มของตัวเอง อยู่เลยไม่ว่าจะรู้ตัว หรือไม่เธอไม่ได้รักเขาอีกต่อไป แล้วล่ะค่ะ

2.เธอเอาแต่คิดว่า “ถ้าฉันโสดจะเป็นยังไง”

“ถ้าฉันโสดจะเป็นยังไง ฉันจะเรียนได้เกรดดีมากขึ้น ไหมทำงานแล้วได้เลื่อนขั้นสูงขึ้น

หรือเปล่า หรืออาจจะมีเวลาทำงาน อดิเรกที่ชอบมากขึ้น อืม…แล้วถ้าฉัน

เปลี่ยนแฟนล่ะ จะมีความสุขมากขึ้น หรือเปล่านะ” ถ้าเธอมีความคิดแบบนี้

วนเวียนในสมอง จากนาน ๆ ที กลับบ่อยครั้งขึ้นเรื่อย ๆ แปลว่า เธออยากมีชีวิตใหม่

และแน่นอน ไม่มีแฟนของเธอ รวมอยู่ในนั้น ด้วยอีกต่อไปแล้ว

3. เริ่มวิพากษ์วิจารณ์ หาข้อเสียของแฟน มากขึ้นเรื่อย ๆ

เจอแฟนทีไร ขอให้ได้บ่นว่า ขุดคุ้ยวิพากษ์วิจารณ์ ข้อเสียต่าง ๆ นานา ‘เธอน่าจะทำได้ดีกว่านี้’

‘ทำไมหาเงินได้แค่นี้เองล่ะ’ อยากให้เขาหล่อขึ้น มีชื่อเสียงมากขึ้นรวยขึ้น มีความคิดมากขึ้น

เพราะตอนนี้มองยังไง ก็ไม่ได้ดั่งใจเธอสักอย่าง มาตรฐานต่ำกว่าเกณฑ์สุดๆถ้าเธอเป็นแบบนี้แปลว่าเธอ

ไม่ได้มองเขาในฐานะ ‘คนรัก’ แล้วแต่มองในฐานะ ‘สินค้าที่ต้องปรับปรุง’ ผู้ชายที่โดนพูดกรอกหูว่า

ตัวเองต่ำต้อย ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า นานวันความอดทน ก็จะหมดลง

เขาจะเริ่มไม่พอใจ และหันมาวิจารณ์ เธอบ้างในที่สุด ก็ทะเลาะและเลิกราค่ะ

4.เธอกับแฟนไม่รู้สึกสนิทกัน อีกต่อไปแล้ว

เมื่อแรกคบ ก็ตัวติดกันตลอดปล่อยมือกัน เกินสองนาที ไม่ได้ต้องจับมือกันเดินไปนั่น นี่ตลอด

แต่ตอนนี้ อย่ามาจับนะร้อน เปื้อนเหงื่อ สำหรับคู่แต่งงาน ก็ละเลย เรื่องบนเตียง

ไปโดย ปริยายเพราะรู้สึกกระดาก และแปลก ๆ ที่ต้องมาสัมผัส ร่างกายกัน ก็แค่หอมแก้มกอด ยังไม่อยากทำเลย

นี่นาอาการแบบนี้ อธิบายได้สั้นๆว่า“ไม่รู้สึกสนิทสนมด้วย แล้ว ” ไม่มีอารมณ์จะทำอะไร น่ารักมุ้งมิ้งด้วยกันอีกต่อไป

แค่จะยื่นมือไปสัมผัส ก็รังเกียจ ถ้าเธอกำลังเจอเหตุการณ์นี้ รีบหาต้นตอ และแก้ไข โดยด่วนก่อน จะสายเกินไปค่ะ

5.เริ่มคิดถึง‘ การเลิกรา’ (หรืออาจวางแผนจะเลิกแล้ว)

‘ห่างกันสักพัก’ อาจช่วยให้ความสัมพันธ์ ที่คลอนแคลนดีขึ้น เพราะได้เวลากลับไป

คิดทบทวน สิ่งที่ผ่านมา และอาจกลับมาเข้าใจกัน อีกครั้งแต่มัน ก็คือดาบสองคม

ถ้าไม่กลับมาคืนดี แล้วรักกันมากกว่าเดิม ก็เลิกกันไปเลย

ซึ่งคู่รักหลายคู่ ก็ใช้เหตุผลนี้ เป็นการบอกเลิกอย่างเนียน ๆ นั่นแหละค่ะ

ลองสังเกตตัวเองว่าเมื่อใช้สถานะ‘ห่าง’ กับแฟนแล้วรู้สึกมีความสุขเป็นอิสระมากขึ้น

ไหมถ้าใช่ ก็ส่อสัญญาณกลาย ๆ ว่าต่อไป ต้องเลิกกันแน่นอน

6.ขุดความผิดของแฟนมาพูดซ้ำ ๆ ในการทะเลาะทุกครั้ง

นี่ถือเป็นนิสัย ที่ไม่ดีเลย เวลาทะเลาะ ต้องคอยขุดความผิดของแฟน

มาพูดซ้ำซากบางอย่างจบไป ตั้งนานแล้ว แต่ก็ยังไม่ยอมลืมขอให้ได้พูด

ได้เถียงแล้วชนะ เธอก็สะใจแล้ว แต่ไม่สนใจความรู้สึก ของฝ่ายตรงข้าม

แม้แต่นิดเดียวเธอ อาจรู้สึกดี แต่ฝ่ายตรงข้าม จะถูกย้ำเตือนเสมอ ว่าไม่ว่าจะขอโทษ

ในความผิดที่ทำ สักแค่ไหนเธอก็ไม่เคยให้ อภัยเขาเลย แสดงถึงนิสัยยึดติด

และอา ฆ า ต ม า ด ร้ายแน่ล่ะ ไม่มีใครชอบผู้หญิง แบบนี้ หรอก

จุดจบไปสู่การเลิกรา ก็ตามมาโดย ไม่ต้องสงสัย

7. เธอให้อภัยความผิด ของแฟนไม่ได้

ต่อจากข้อข้างบนเธอไม่ยอม และไม่มีวันให้อภัย ความผิดของแฟนได้เลย

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อย แค่ไหนก็ตาม แค่เขาลืมล้างจาน ลืมซักผ้าเธอก็โกรธ เป็นฟืนเป็นไฟ

เหมือนเขาไป ฆ่ า  ใครต า ย บางคู่ ผู้ชายก็ทำความผิดร้ายแรงจริง ๆ เช่นบังคับเธอให้ออกจากงาน

,ตะคอกใส่ เธอเสียง ดังด้วยคำพูดหยาบคาย ทำให้เธออับอาย ต่อหน้าสาธารณ ช น นึกขึ้นมาเมื่อ

ไหร่ก็รับไม่ได้ทุกที แล้วเธอจะแบกความทรงจำเหล่านี้ ไปตลอดชีวิต งั้นหรือจะมานั่งทบทวนแล้ว

หาทางออกร่วมกัน หรือจะแยกทาง ใครทางมันเธอ เป็นคนตัดสินใจเองค่ะ

8. หงุดหงิดแฟน แม้ในเรื่องเล็กๆน้อยๆ

เมื่อก่อนแฟนทำอะไรก็ดู‘ ดีงาม’ ไปซะหมดท่วง ท่าในการเดินการเขียนหนังสือ การขยับนิ้วมือไป

มาของเขา แค่เห็นก็ทรมานใจสุด ๆ อะไ รจะหล่อจะเท่ ขนาดนี้ แต่ปัจจุบัน…แค่ได้ยินเสียงลมหาย

ใจฟืดฟาดของเขาก็หงุดหงิด ได้อีกไปให้พ้น ๆ สายตาได้ไหมไม่สิ ไปให้พ้นจากชีวิต น่าจะดีกว่า

แค่เขาเข้ามาอยู่ใกล้ๆ เธอก็แทบจะสะอิด สะเอียน ผดผื่นคัน จนต้องบอกให้เขา‘ไปให้ไกล ๆ

’เป็นไปได้ว่า เธอไม่รู้สึกว่าเขา ‘มีเสน่ห์’ อีกต่อไป แล้ว

แต่กลาย เป็นสิ่งน่ารำคาญ อย่างหนึ่งและนี่แหละจะนำไปสู่การเลิกรา

9. คุยเมื่อไหร่ทะเลาะทุกที

เมื่อก่อนน่ะ เหรอ….เธออยากอยู่กับแฟน ‘ตลอดเวลา’ 24 ชั่วโมง ยังไงก็ไอเลิฟยู ขอตามติดไปทั่วทุกที่

คุยกันได้ทุกเรื่อง คุยจนหลับแล้ว ตื่นขึ้นมาคุยอีก ก็ไม่เบื่อ ขอให้ได้อยู่ด้วยกัน ก็พอแล้ว

แต่ตอนนี้ ไม่มีอะไรจะคุยด้วย สักนิดไม่อยากเล่าอะไร ให้ฟังทั้งนั้น แค่ขยับปากยังขี้เกียจเลย

พอเขาอยากคุยเธอ ก็เริ่มหงุดหงิด ถ้าไม่ทำเงียบ ๆ ก็หาเรื่องพูด ให้เขาอารมณ์เสีย ในที่สุดก็ทะเลาะ กันจนได้

ถ้าเหตุการณ์แบบนี้ เกิดขึ้นซ้ำ ๆ แปลว่า เธอไม่อยากมี เขาอยู่ในความสัมพันธ์แล้ว เตรียมรอวันเลิกได้เลย

10.เถียงกันจากเรื่องเล็กๆจนบานปลาย

มันอาจจะเริ่มจาก เรื่องเล็ก ๆ เช่น ‘วันนี้ใครจะล้างจาน’ ,‘ วันนี้ใครจะจ่ายค่าไอติม’

แต่ไม่มีใครยอมอีกฝ่ายจนบานปลาย ทะเลาะกันใหญ่

โตลามไปถึงลักษณะ นิสัยพฤติกรรม ไม่ดีที่ผ่านมา ตั้งแต่ชาติที่แล้ว

แล้วสรุป ด้วยคำว่า ‘เป็นอย่างนี้ไงถึงอยากเลิก ’บางคู่อาจเก็บอารมณ์

ถ้าอยู่นอกสถานที่แต่พออยู่ในบ้านเท่านั้นแหละใส่ไม่ยั้ง ทั้งตะโกนกรีดร้องเขวี้ยง

ปาข้าวของร้องไห้เสียงดังจนข้าง บ้านคิดว่ามีการ ฆ  า ต ก ร  รมตอนนี้ การทะเลาะห่าง

จากประเด็นหลักไปไกลแล้วถ้าอยากให้จบเธอต้องเลือกระหว่าง‘ขอโทษ’

หรือ‘ทำเงียบแล้วปล่อยไป’แต่ถ้าอยากเลิกก็ทำตรงกันข้ามเท่านั้นเอง!

11. ใช้เวลาห่างกันมากขึ้นเรื่อยๆ

จากที่เคยตัวติดกัน เป็นตังเมก็เริ่มมีปัญหา ชีวิต/ภาระหน้าที่/วิถีชีวิตไม่ตรงกัน ทำให้ใช้เวลาห่างกัน

บ่อยขึ้นเรื่อยๆอัน ที่จริงห่างกัน บ้างเป็นเรื่องดี เพราะทำให้แต่ละฝ่ายได้ ใช้ชีวิตของตัวเอง

เว้นระยะให้คิดถึงกันบ้าง แต่ถ้าในใจของเธอกลับไม่ อยากเห็นอยากคุย กับแฟนติดต่อกันนาน ๆ

เป็นไปได้ว่าเธอสบายใจ กว่าถ้าเขาไม่มายุ่ง กับเธอค่ะ วิธีสังเกตตัวเองง่าย ๆ

คือถ้าเธอรู้สึกว่า การนัดเจอนัดเดท กับแฟนเป็น‘หน้าที่’ ที่ต้องทำไม่ใช่สิ่ง ที่ทำตามความรู้สึก

หรือหัวใจ แปลว่าเธอกำลัง เบื่อและอาจไป หาคนใหม่ที่ตื่นเต้น

กว่าได้ทุกเมื่อถ้ายังไม่อยากปล่อยมือ แฟนก็ต้องจับเข่า คุยกันแล้วล่ะ

ว่าสาเหตุที่ทำให้ เธอเบื่อ คืออะไร แล้วแก้ไข มันซะ!

12.อยู่ห่างแฟนแล้วรู้สึกสบายใจกว่า

เธอเริ่มมีความรู้สึกว่า เธอต้องใส่ ‘หน้ากาก’ ยิ้มแย้มสดใส ร่าเริงตลอดเวลา ที่อยู่กับแฟน

เพราะต้องคอยซ่อน ความรู้สึกจริง ๆ เอาไว้นั่นเอง เธอไม่อยากทะเลาะ มีเรื่องหรือปิดบังความลับ บางอย่างไว้

อันที่จริงอยู่กับคน แปลกหน้าอาจสบายใจ กว่าด้วยซ้ำ จำไว้ว่าอยากมีเวลาส่วนตัว กับเพื่อนกับอยากอยู่เป็นโสดนั้น

ต่างกันคนเราต้อง มีระยะห่างบ้าง เป็นเรื่องปกติ แต่ในที่สุด ก็กลับมาหาแฟน แต่ถ้าอยากอยู่เป็นโสด คือเธอไม่มีเขาในหัวใจ

อีกแล้วอยากตัดขาดว่าอย่างนั้นเถอะ!ถ้าเริ่มอึดอัดกับสภาพที่เป็นอยู่แปลว่าเธอไม่อยากใช้สถานะ‘แฟน’กับเขาแล้วล่ะค่ะ

คู่รักที่กำลัง อยู่ในสถานะ ‘ห่าง’ ต้องมีสัญญาณบ่งบอก เหมือนในบทความนี้

บ้างไม่มากก็น้อยเรามั่นใจ เพราะแต่ละอาการเป็นความรู้สึก ที่สื่อให้เห็นชัดเจนว่า

‘เธอไม่รักเขาอีกต่อไปแล้ว’ โดยแสดงออกมา ผ่านพฤติกรรม ต่าง ๆ เช่นไม่เห็นอยู่ในสายตา

,มองเห็นแต่ข้อเสีย  วิพากษ์วิจารณ์จนเขาเสียความรู้สึก,แค่เห็นหน้าก็หงุดหงิดเป็นต้น

ถ้าเธอเจอสัญญาณเหล่านี้ แล้วมีทางเลือกสอง ทางคือกลับมาทบทวน ความสัมพันธ์หรือปล่อยให้

หลุดมือไปเลยทั้งนี้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับว่าเธอ แค่อิ่มตัวกับความรัก หรือเขา ‘ไม่ใช่’ อีกต่อไป

แล้วลองคิดง่าย ๆ ว่าถ้าเธอต้องอยู่อย่างนี้ ไปตลอดชีวิตเธอ จะทนทุกข์ทรมาน

หรือเปล่า ถ้าใช่ก็รีบทางใคร ทางมันหาคนใหม่มาทำให้ ชีวิตสดใสดี กว่าเพราะคนไม่ใช่

ก็คือไม่ใช่ค่ะ แต่ถ้าคิดอย่างไร ก็ยังรักก็รีบฟื้นฟู ความสัมพันธ์

ให้กลับมามีความสุข ไว ๆ นะคะ เป็นกำลังใจให้ โชคดีค่ะทุกคน

 

แหล่งที่มา : s i s t a c a f e